International Year One UK

International Year One (IYO) คืออะไร ? ทำไมหลายคนยังไม่รู้จักหลักสูตรนี้ แล้วแตกต่างยังไงกับ Foundation วันนี้พี่ลูน่ามีคำตอบให้ค่ะ !!

หลายคนวางแผนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ มักเคยได้ยินคำว่า Foundation ที่เป็นหลักสูตรปรับพื้นฐานก่อนเรียน Year 1 แต่ยังไม่ค่อยรู้จัก International Year One ทั้งที่เป็นอีกหนึ่งเส้นทางสำหรับการเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ วันนี้พี่ลูน่าจะเล่าให้ฟังนะจ๊ะ

International Year One เป็นหลักสูตรสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี แต่ ยังไม่สามารถเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีได้โดยตรงเนื่องจากคุณสมบัติด้านการศึกษาหรือภาษาอังกฤษยังไม่ตรงตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครจะต้องมีพื้นฐานทางวิชาการที่ค่อนข้างดี เพราะหลักสูตรนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเรียนปรับพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรายวิชาระดับมหาวิทยาลัยควบคู่กับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและทักษะการเรียนที่จำเป็น

สิ่งที่ทำให้ International Year One แตกต่างจาก Foundation คือ หน่วยกิตที่เรียนในหลักสูตร IYO จะนับเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรปริญญาตรีตั้งแต่เริ่มเรียน โดยเนื้อหาวิชาจะมีความเข้มข้นและอยู่ในระดับเดียวกับ Year 1 ของมหาวิทยาลัย เพียงแต่จะมีการสนับสนุนเพิ่มเติมทั้งด้านภาษาอังกฤษ ทักษะการเขียนเชิงวิชาการ (Academic Writing) การทำรายงาน การค้นคว้า และการนำเสนอ เพื่อช่วยให้นักศึกษาสามารถปรับตัวกับการเรียนในมหาวิทยาลัยได้ดีขึ้น

เมื่อเรียนจบหลักสูตรและมีผลการเรียนผ่านตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด นักศึกษาจะสามารถเข้าเรียนต่อใน Year 2 ได้ทันที โดยไม่ต้องกลับไปเริ่มเรียน Year 1 ใหม่ จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกเส้นทางนี้เพื่อช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อ

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า " งั้นเรียน International Year One ก็ดีกว่าสิ ? " คำตอบคือ ไม่เสมอไป เพราะทั้ง Foundation และ International Year One ถูกออกแบบมาสำหรับนักเรียนคนละกลุ่ม แต่ละหลักสูตรมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน ดังนั้น ลองมาเปรียบเทียบกันแบบชัด ๆ ว่าเส้นทางไหนเหมาะกับเรามากที่สุดเริ่ม...

International Year One Module

จุดเด่นที่สุดของ International Year One คือ ช่วยประหยัดเวลาในการเรียน เพราะเมื่อเรียนครบ 1 ปี ถ้าผลการเรียนผ่านตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย นักศึกษาจะสามารถเรียน Year 2 ได้ทันที ทำให้ระยะเวลาการเรียนปริญญาตรีสั้นกว่าการเรียนผ่าน Foundation นอกจากนี้ นักศึกษายังได้เรียนรายวิชาเดียวกับนักศึกษา Year 1 พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมด้านภาษาอังกฤษและทักษะการเรียน ทำให้สามารถเข้าใจระบบการเรียนในมหาวิทยาลัยได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากไม่ต้องเรียน Foundation เพิ่มอีก 1 ปี

แต่ข้อดีเหล่านี้ก็มาพร้อมกับความท้าทาย เพราะเนื้อหาการเรียนมีความเข้มข้น งานค่อนข้างเยอะ และมีเวลาปรับตัวน้อยกว่าหลักสูตร Foundation ดังนั้น ผู้เรียนจึงควรมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีพอสมควร ต้องมีความรับผิดชอบ และสามารถบริหารจัดการเวลาได้ดี

อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึง คือ การปรับตัวด้านสังคม โดยส่วนใหญ่แล้ว ห้องเรียนของ International Year One จะมีนักศึกษาจำนวนไม่มาก (ประมาณ 15–25 คน ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย) ทำให้ผู้สอนสามารถดูแลนักศึกษาได้อย่างทั่วถึง และนักศึกษาก็มักจะสนิทกันได้ค่อนข้างเร็ว แต่เมื่อเรียนจบและเข้าสู่ Year 2 นักศึกษาในห้อง IYO จะถูกแยกย้ายไปเรียนรวมกับนักศึกษาที่เรียนมาตั้งแต่ Year 1 ทำให้ต้องเริ่มสร้างกลุ่มเพื่อนใหม่อีกครั้ง บางครั้งเพื่อนในคลาสอาจมีการจับกลุ่มกันไว้แล้ว จึงอาจทำให้ช่วงแรก ๆ รู้สึกเหมือนเราเป็น "เด็กใหม่" ที่เพิ่งเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องปกติและสามารถปรับตัวได้ เมื่อใช้เวลาอยู่ร่วมกับเพื่อนมากขึ้น

มาถึงคิวของ... Foundation Module

สำหรับ Foundation จะเป็นเส้นทางที่ใช้เวลาเรียนมากกว่า โดยนักศึกษาจะต้องเรียน Foundation ประมาณ 1 ปี ก่อนถึงจะสามารถเข้าเรียนต่อใน Year 1 ของมหาวิทยาลัยได้ ทำให้ระยะเวลาเรียนรวมและค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเรียนหลักสูตร International Year One

อย่างไรก็ตาม เวลาที่เพิ่มขึ้นนั้นก็มีข้อดี เพราะนักศึกษาจะได้ปรับพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษ ทักษะการเรียนในมหาวิทยาลัย และวิชาพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสาขาต้องการเลือกเรียน โดยหลายหลักสูตร Foundation ยังสอนทักษะสำคัญ เช่น Academic Writing, Presentation Skills, Referencing, Critical Thinking และ Research Skills ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องใช้ตลอดการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ Foundation ยังเหมาะสำหรับนักศึกษาที่ต้องการเวลาในการปรับตัวทั้งด้านเรียนและด้านการใช้ชีวิตในต่างประเทศ เพราะภาระงานจะไม่หนักเท่าหลักสูตร International Year One ทำให้มีเวลาเรียนรู้ระบบการศึกษา วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตใหม่ ๆ ได้มากกว่า จึงช่วยลดความกดดันในช่วงเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี

ถึงแม้ Foundation จะใช้เวลานานกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นเส้นทางที่ "ด้อยกว่า" เพราะนักศึกษาหลายคนเลือก Foundation เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนเริ่มเรียนปริญญาตรีจริง โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งจบมัธยมจากประเทศไทย หรือยังไม่คุ้นเคยกับรูปแบบการเรียนในต่างประเทศ การมีเวลาอีก 1 ปีในการเตรียมตัว อาจช่วยให้การเรียนในระดับปริญญาตรีราบรื่นและประสบความสำเร็จมากขึ้น

บอกแบบนี้อาจจะไม่ชัด แปะตารางเปรียบเทียบกันไปเลยละกัน...

International Year One vs‍ ‍Foundation

Foundation → Year 1 → Year 2 → Year 3 → Graduation 🎓 = 4 years

International Year One → Year 2 (If passed) → Year 3 → Graduation 🎓 = 3 years

สรุปง่าย ๆ

ถ้าอยากค่อย ๆ ปรับพื้นฐาน และสร้างความมั่นใจก่อนเรียนมหาวิทยาลัย → Foundation

ถ้ามีพื้นฐานดีอยู่แล้ว และอยากเรียนจบเร็วขึ้น → International Year One

 

ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรหลายแห่งที่เปิดสอนหลักสูตร International Year One (IYO)

ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรนี้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่

  • University of Kent

  • University of Sussex

  • University of Surrey

ส่วนมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อาจเปิดสอน เฉพาะบางปีการศึกษา หรือบางสาขาวิชา เช่น

  • Nottingham Trent University

  • Oxford Brookes University

  • University of Leicester

  • Royal Holloway, University of London

  • Brunel University London

  • University of Essex

  • University of Lincoln

  • University of Stirling

  • University of Portsmouth

  • University of Aberdeen

  • Durham University

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกมหาวิทยาลัยจะเปิดสอน International Year One และไม่ได้เปิดในทุกสาขาวิชา โดยส่วนใหญ่จะเปิดในสาขาที่ได้รับความนิยม เช่น Business, Engineering, Computer Science หรือสาขาอื่น ๆ ที่มหาวิทยาลัยกำหนด นอกจากนี้ หลักสูตรยังอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีการศึกษา แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย หรือสอบถามพี่ ๆ ลูน่าก่อนการสมัคร เพื่อให้มั่นใจว่าหลักสูตรและสาขาที่ต้องการยังเปิดรับในปีที่สนใจค่ะ

แล้วควรเลือกแบบไหนดี ?

หากจะถามว่าหลักสูตรไหน " ดีกว่า " คำตอบคือ ไม่มีหลักสูตรไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะทั้ง Foundation และ International Year One ต่างก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

หากคุณยังไม่มั่นใจภาษาอังกฤษ ต้องการเวลาในการปรับพื้นฐาน และอยากค่อย ๆ เรียนรู้การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ Foundation อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า

แต่หากคุณมีพื้นฐานภาษาอังกฤษและผลการเรียนที่ดี พร้อมรับการเรียนที่เข้มข้น และต้องการประหยัดเวลาในการเรียนปริญญาตรี International Year One ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจ

สุดท้ายนี้... สิ่งสำคัญไม่ใช่การเลือกหลักสูตรที่ "ดีที่สุด" แต่คือการเลือกเส้นทางที่เหมาะกับพื้นฐาน เป้าหมาย และความพร้อมของตัวเองมากที่สุด เพราะเมื่อเลือกได้เหมาะสม ก็จะช่วยให้การเรียนต่อต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

 

 
Next
Next

Foundation Year in UK